![]() |
![]() |
เอแบคถือฤกษ์ส่งท้ายปี'48 ประกาศเดินหน้าเจาะตลาดอีเลิร์นนิ่ง หลังรัฐออกกฎหมายรับรอง ตั้งเป้าโกยยอดแสนคนใน 5 ปี ฝ่ายยุทธการปั้นดีมานด์ สอนอินเทอร์เน็ต - เปิดเรียนฟรี เจาะตลาดผู้ใฝ่รู้แต่ไม่มีเวลา ชี้ปัจจัยความสำเร็จต้องพร้อมทั้งเงิน คน และผู้นำต้องไว ก้าวทันเทคโนโลยีและความเปลี่ยนแปลง หลังจากรัฐบาลได้ออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาการขอเปิดและดำเนินการหลักสูตรระดับปริญญาในระบบการศึกษาทางไกลและให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 ตุลาคม 2548 ส่งผลให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งสามารถเปิดสอนผ่านระบบอีเลิร์นนิ่งได้เต็มรูปแบบ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรองคุณวุฒิของผู้สำเร็จการศึกษา ศ.ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการและประธานผู้บริหารวิทยาลัยการศึกษาทางไกลอินเทอนร์เน็ต มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) เปิดเผยกับ "ผู้จัดการรายสัปดาห์" ว่า ได้รอประกาศดังกล่าวมากว่า 3 ปีแล้ว จากนี้ไปก็เดินหน้าเปิดหลักสูตรอีเลิร์นนิ่งได้เต็มที่ โดยตั้งเป้า 5 ปีนี้ จะมีหลักสูตรระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอกไม่ต่ำกว่า 30 หลักสูตร หลักสูตรระยะสั้นไม่ต่ำกว่า 40 หลักสูตร โดยมียอดนักศึกษาตั้งเป้าไว้สูงสุด 100,000 คน (ดูตารางประกอบ) โดยเปรียบเทียบอัตราการเติบโตนักศึกษาอีเลิร์นนิ่งของ University of Phoenix ในอเมริกาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 30% และ Capella University ที่พบว่ามีนักศึกษาปริญญาเอกถึง 50% ของจำนวนทั้งหมด |
![]() |
ทั้งนี้ ศ.ดร.ศรีศักดิ์ ยอมรับว่าการเจาะกลุ่มเป้าหมายข้างต้น ต้องสร้างตลาดขึ้นมา จึงได้เปิดอบรมเกี่ยวกับใช้อินเทอร์เน็ต เจาะตั้งแต่กลุ่มพนักงานในโรงงาน เด็ก ผู้สูงอายุ ซึ่งจัดอบรมไปแล้วกว่า 10 รุ่น รวมทั้งหมดประมาณ 10,000 คน ผลตอบรับที่ผ่านมา มีการบอกต่อกัน ทำให้มีผู้มาอบรมมากขึ้น ซึ่งถ้าเขาใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็น โอกาสที่จะเลือกเรียนผ่านอีเลิร์นนิ่งก็น่าจะสูงขึ้น นอกจากนี้ เอแบคยังมีแผนจะเปิดสถานีโทรทัศน์อัสสัมชัญในอีก 2 ปี ข้างหน้า เพื่อทำรายการด้านการศึกษาโดยเฉพาะ ผู้สนใจจะเรียนรายวิชาได้ฟรีทางสถานีนี้ แต่จะไม่ได้รับปริญญา ถ้าต้องการใบปริญญาด้วยก็ต้องมาชำระค่าลงทะเบียนและค่าใช้จายเพื่อการจัดสอบ ขณะที่แผนการประชาสัมพันธ์จะเน้นเจาะกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนในเครืออัสสัมชัญ 300 กว่าแห่งด้วย ศ.ดร.ศรีศักดิ์ มองว่า ระบบอีเลิร์นนิ่งมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการเรียนระบบปกติประมาณ 10% นั้นเป็นจุดแข็ง และสามารถคืนทุนจากการก่อสร้างอาคาร "ศรีศักดิ์ จามรมาน สถานเทคโนโลยีสารสนเทศ" ที่ใช้งบประมาณไปกว่า 600 ล้านบาท เพื่อเปิดสอนอีเลิร์นนิ่งได้ภายใน 3 - 4 ปี และคาดว่าสามารถบริหารค่าใช้จ่ายในการเรียนลดลงได้อีกในอนาคต ประเดิมปี'49 3 หลักสูตร และเพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง ล่าสุดได้ร่วมกับบริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) พัฒนาระบบอีเลิร์นนิ่ง ชื่อ "AU PLUS" รวมถึงระบบการจัดการศึกษา หรือ LMS และระบบการจัดการเนื้อหา หรือ CMS ซึ่งเอแบคจะใช้ AU PLUS พัฒนาทั้งระดับรายวิชาหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรปริญญา เบื้องต้นจะใช้กับหลักสูตรการจัดการและวิธีวิทยาอีเลิร์นนิ่ง ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาระบบของเอแบคเอง ซึ่งได้นำซอฟต์แวร์ Moodle ที่เป็นโปรแกรมโอเพ่นซอร์สมา โดยใช้กับหลักสูตรสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งการพัฒนา 2 ระบบพร้อมกัน จะทำให้ดึงจุดแข็งของแต่ละระบบมาเสริมซึ่งกันและกันเพื่อพัฒนาตลอดเวลา ขณะเดียวกัน มีโครงการที่จะพัฒนาหลักสูตรใหม่ต่อเนื่อง โดยดูความต้องการของตลาดและความพร้อมของอาจารย์ควบคู่กัน ซึ่งทุกหลักสูตรของเอแบคสามารถพัฒนาเป็นหลักสูตรออนไลน์ได้ โดยเฉพาะหลักสูตรปริญญาเอก จะง่ายกว่าหลักสูตรอื่นๆ เพราะเน้นทำวิจัยเป็นหลัก ไม่ต้องมีคอร์สแวร์นอกจากนี้ ยังมีแผนร่วมกับมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ อเมริกา และมาเลเซีย เพื่อขยายหลักสูตรให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับความต้องการของมหาวิทยาลัยต่างขาติในการขยายตลาดและการรับรองจาก ก.พ. ด้วย |
![]() |
ระบุ 3 ปัจจัยแจ้งเกิดอีเลิร์นนิ่ง "สำหรับเอแบคเราให้ความเอาใจใส่ที่เรียกได้ว่ามากกว่าเรียนในห้องเรียนด้วยซ้ำ เพราะระบบอีเลิร์นนิ่ง ถ้าไม่เรียนระบบจะเตือนและแจ้งไปยังอาจารย์ให้ติดต่อนักศึกษา ระบบยังกำหนดให้นักศึกษาติดต่อเพื่อนสัปดาห์ละครั้ง อาจารย์ต้องตอบคำถามภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าตอบไม่ได้ต้องแจ้งกลับและไปหาคำตอบมาให้ได้ภายใน 72 ชั่วโมง แต่การเรียนแบบปกติ บางครั้งไปไม่เจออาจารย์ ทิ้งโน้ตไว้บางทีอาจารย์ก็ไม่ตอบ" ศ.ดร.ศรีศักดิ์ กล่าวอีกว่า อีเลิร์นนิ่งเป็นเรื่องของการตลาด ที่ต้องหากลุ่มเป้าหมายและความต้องการให้เจอ ดังนั้นผู้นำเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ต้องสังเกตตลาดตลอดเวลา และปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทั้งความต้องการและเทคโนโลยี เพราะบางมหาวิทยาลัยในต่างประเทศแม้มีเงินลงทุนสูงแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จก็มี มสธ.ชี้ไม่น่ากระทบหลักสูตรทางไกล ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ประธานดำเนินการวิทยาลัยการศึกษาทางไกลอินเทอร์เน็ต ม.อัสสัมชัญ และในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวให้ความเห็นถึงผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับมสธ. ว่าระยะแรกจะยังไม่มีผลกระทบเพราะใช้วิธีแตกต่างกัน โดยอีเลิร์นนิ่งเน้นใช้สื่ออินเทอร์เน็ต ขณะที่ มสธ. ใช้สื่อหลากหลายรูปแบบ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับคนบางกลุ่มที่ไม่ถนัดการใช้เทคโนโลยีจะยังคงเลือกศึกษาผ่านสื่อนี้อยู่ แต่เนื่องจากแนวโน้มในอนาคตเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายขึ้น ก็เป็นไปได้ที่คนรุ่นต่อไปจะหันมาสนใจการเรียนผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตมากกว่า นอกจากนี้ปัจจัยที่จะทำให้ มสธ. มีนักศึกษาลดลง น่าจะมาจากการขยายตัวของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งจากส่วนกลางที่รุกไปยังภูมิภาค และการเปิดมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ซึ่งคนในภูมิภาคเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น อย่างไรก็ดี สำหรับการปรับตัวเองของ มสธ. นั้น ศ.ดร.อุทุมพร ให้ความเห็นว่า จุดแข็งของ มสธ. คือ ประสบการณ์การจัดการศึกษาทางไกลมากว่า 20 ปี ทำให้มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและระบบต่างๆ รองรับ แต่อุปสรรคสำคัญอาจเป็นด้านทัศนคติของคนทำงาน ที่ยังยึดติดกับวิธีเดิมๆ แต่ถ้าได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการภายใน ปรับเนื้อหาหลักสูตรให้ทันสมัย และปรับคุณภาพของสื่อการเรียน ให้มีรูปแบบการนำเสนอที่น่าสนใจมากขึ้น ชนิดที่ได้ทั้งสาระและความบันเทิง น่าจะพัฒนาได้เร็วกว่าสถาบันการศึกษาอื่นๆ |