ความสำเร็จจากกรณีศึกษาของรูปแบบการเรียนการสอนทางไกล (อี-เลิร์นนิ่ง) ในสหรัฐอเมริกาที่ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในห้องเรียนถึง   63%   ได้เปิดสอนแบบอี-เลิร์นนิ่งด้วยและตัวเลขผลกำไรสุทธิที่มหาวิทยาลัยบางแห่ง อย่างมหาวิทยาลัยฟีนิกซ์ทำได้สูงถึง    5,700 ล้านบาทต่อปี จากจำนวนนักศึกษา 140,000 ราย ทำให้มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) เชื่อมั่นในศักยภาพของอี-เลิร์นนิ่งที่จะเข้ามามีบทบาทช่วยยกฐานะของ Labor Force ของไทย



เอแบคได้ตัดสินใจจัดตั้งวิทยาลัยการศึกษาทางไกลอินเทอร์เน็ต ซึ่งนับเป็นสถาบันการศึกษาที่เปิดหลักสูตรปริญญาอี-เลิร์นนิ่งแบบสมบูรณ์แบบแห่งแรกของไทยไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปี ก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาการขอเปิดและดำเนินการหลักสูตรระดับปริญญาในระบบการศึกษาทางไกลเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2548

คำประกาศดังกล่าวมีผลทำให้ผู้ที่ได้รับปริญญาจากการศึกษาแบบอี-เลิร์นนิ่งจะได้รับการรับรองวุฒิจาก กพ. เช่นเดียวกับผู้จบการศึกษาจากการเรียนในห้องเรียน

หลังจากนั้นเอแบคใช้เวลาอีก 1 ปี ในการร่วมพัฒนาระบบอี-เลิร์นนิ่ง ในชื่อ "เอยู พลัส (AU Plus)" รวมทั้งระบบการจัดการการศึกษา (LMS : Learning Management System) และระบบการจัดการเนื้อหา (CMS : Content Management System)   กับบริษัท สามารถเทลคอม จำกัด   (มหาชน)   ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการบริหารจัดการการเรียนการสอนทางอิเล็กทรอนิกส์

ศ.ดร. ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการและประธานผู้บริหาร (ซีอีโอ) วิทยาลัยการศึกษาทางไกลอินเทอร์เน็ต มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บอกถึงที่มาของความร่วมมือครั้งนี้ว่า "เราเลือกทำกับสามารถฯ เพราะเขามีความพร้อมมากที่สุด เขาเป็นรายเดียวที่มีครบ โดยมีระบบอี-เลิร์นนิ่งในชื่อ U  Plus Solution เมื่อเราเข้าไปพัฒนาร่วมด้วยเพื่อมาใช้กับหลักสูตรอี-เลิร์นนิ่งของเรา ก็เลยเรียกเป็น เอยู พลัส ซึ่งเอยูก็คือ อัสสัมชัญ ยูนิเวอร์ซิตี้"
 
back | next